Graduate programs Faculty of law

You are here: About TU Law | Academic Programs

หลักสูตรปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายมหาชน

 

ชื่อหลักสูตร

     หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายมหาชน

     Master of Arts Program in Public Law

ชื่อปริญญา

     ชื่อเต็ม(ไทย)  ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน)

     ชื่อย่อ (ไทย)  ศศ.ม.(กฎหมายมหาชน)

     ชื่อเต็ม(อังกฤษ)  Master of Arts (Public Law)

     ชื่อย่อ(อังกฤษ)  M.A. (Public Law)

ความสำคัญของหลักสุตร

     ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศ การศึกษากฎหมายเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในภาวกาณ์ปัจจุบัน ดังนั้นหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายมหาชน จึงเป็นหลักสุตรที่สำคัญเพื่อรองรับบุคลากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมายให้พัฒนาและนำไปใช้ในหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านกฎหมายไปปรับใช้กับสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงของประเทศและนานาประเทศ ในขณะเดียวกันเพื่อให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ

ระบบการศึกษา

1. เป็นหลักสูตรแบบไม่เต็มเวลา

     เวลาเรียน วันศุกร์  เวลา 17.30 - 20.30 น.

     วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น.

2. เป็นหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาไทย

3. หลักสูตรการศึกษามีจำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 39 หน่วยกิต แบ่งเป็น 2 แผนการศึกษา คือ

          แผน ก          แบบ ก 2  คือ          การศึกษารายวิชา 27 หน่วยกิต    วิทยานิพนธ์ 15 หน่วยกิต

          แผน ข                          คือ          การศึกษารายวิชา 33 หน่วยกิต     การค้นคว้าอิสระ 6 หน่วยกิต

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

     คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.2553 ข้อ 7 และมีคุณสมบัติดังนี้

     1. กรณีทั่วไป

          1. เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีทุกสาขาจากสถาบันการศึกษาในหรือต่างประเทศ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยให้การรับรองโดยได้รับค่าคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 2.5 ขึ้นไปและ 

          2. ต้องมีผลการสอบภาษาอังกฤษ TU-GET หรือ TOEFL หรือ IELTS โดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผลการสอบข้อเขียน ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัคร

          3. สำหรับผู้เข้่าศึกษาต่างชาติต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาตรีทุกสาขา จากสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยให้การรับรอง และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี

          การคัดเลือกผู้เข้าศึกษาสำหรับกรณีทั่วไป ประกอบด้วย

                    1. การสอบข้อเขียน 4 ข้อ

                      1) ความรู้ทั่วไป                          3) ความรู้พื้นฐานกฎหมายปกครอง

                      2) ความรู้ทั่วไปด้านกฎหมาย    4) ความรู้พื้นฐานกฎหมายรัฐธรรมนูญ

                    2. การสอบสัมภาษณ์ ผู้ที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์จะต้องผ่านการคัดเลือก (สอบผ่านข้อเขียน)

                    3. การสอบของผุ้เข้าศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีจะใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์

          2. กรณีพิเศษ

                    1. เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีทุกสาขา จากสถาบันการศึกษาในหรือต่างประเทศ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยให้การรับรองและ

                    2. ต้องมีผลการสอบภาษาอังกฤษ TU-GET หรือ TOEFL หรือ IELTS โดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้่นต่ำและผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผลการสอบสัมภาษณ์ ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัครและ

                    3. ต้องมีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี (นับถึงวันที่สมัคร) และคำรับรองจากผู้บังคับบัญชาว่าผู้สมัครได้ทำงานในตำแหน่ง และเป็นระยะเวลาการทำงาน กรณีผุ้สมัครประกอบวิชาชีพอิสระจะต้องแสดงหลักฐานประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น หลักฐานการจดทะเบียน หนังสือรับรองนิติบุคคล  เป็นต้น หรือ

                    4. เป็นผู้ได้ผ่านการอบรมโครงการประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน หรือการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายมหาชนของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผุ้สมัครต้องแสดงหลักฐานประกอบการอบรม เช่น สำเนาประกาศนียบัตร สำเนาปริญญาบัตร สำเนาใบรายงานผลคะแนน เป็นต้น

                    การคัดเลือกผู้เข้าศึกษาสำหรับกรณีพิเศษ ประกอบด้วย

                    การสอบสัมภาษณ์ ผู้ที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์จะต้องยื่นหลักฐานประกอบการสัมภาษณ์ตามวัน - เวลาที่กำหนด

จำนวนรับเข้า

     รับนักศึกษาปีละประมาณ 50 คน

ค่าใช้จ่าย

     ประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหัวของมหาบัณฑิตในหลักสูตร ปีละประมาณ 66,600 บาท

 

 

http://www.jrank.org/